Page 110 - ANNUAL REPORT DOED 2019
P. 110

    3. การพัฒนาห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล ศูนย์อ้างอิงทางห้องปฏิบัติการและพิษวิทยาได้ดาเนินการจัดทาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2005 เพ่ือยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล โดยยื่นขอรับการตรวจประเมินคุณภาพ ห้องปฏิบัติการจากสานักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และได้รับการรับรองความสามารถ ห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2005 ในขอบข่าย เบนซีนในตัวอย่างอากาศ โทลูอีนในตัวอย่างอากาศ เอทธิลเบนซีนในตัวอย่างอากาศ และไซลีนในตัวอย่างอากาศ เม่ือวันที่ 17 กันยายน 2562 4. งานวิจัย ศนู ยอ์ า้ งองิ ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและพษิ วทิ ยาไดด้ า เนนิ การศกึ ษาวจิ ยั การพฒั นาเครอื่ งมอื อยา่ งงา่ ย เพอื่ สนบั สนนุ หน่วยงานเครือข่ายและประชาชน ในการดาเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ดังน้ี 4.1 การพัฒนาเครื่องมืออย่างง่ายในการตรวจวัดการรับสัมผัสสารพาราควอตในปัสสาวะ 4.2 การพัฒนาเครื่องมืออย่างง่ายในการตรวจวัดสารกลุ่มออร์แกโนฟอสเฟสในปัสสาวะ 4.3 การพัฒนาเครื่องมืออย่างง่ายในการตรวจวัดสารตะก่ัวและสารปรอทในเลือด ในการตรวจวดั การรบั สมั ผสั สารพาราควอต ออรแ์ กโนฟอสเฟส ตะกวั่ และปรอท ใชเ้ ทคนคิ Aptamer-based chromatographic strip โดยอาศยั หลกั การเปลยี่ นสขี องอนภุ าคทองคา ทตี่ ดิ กบั แอปตาเมอร์ ทมี่ คี วามจา เพาะกบั สารเปา้ หมาย เมื่อสารเป้าหมายจับกับแอปตาเมอร์อย่างจาเพาะจะทาให้อนุภาคทองนั้น เกิดจับกลุ่มตกตะกอน และเกิดการเปล่ียนสีบนแผ่น กระดาษไนโตรเซลลูโลส จากนั้นทดสอบความไว (sensitivity) ทดสอบความจาเพาะ (specificity) และความคงทน (stability) ของชุดทดสอบต้นแบบ เม่ือได้ชุดแผ่นทดสอบต้นแบบที่สมบูรณ์จึงนาไปทดสอบประสิทธิภาพและเปรียบเทียบผลการ ตรวจวิเคราะห์กับวิธีตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ การดาเนินการทั้งหมดแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะท่ี 1 (ปี 2559) เป็นการศึกษาและคัดเลือกแอปตาเมอร์ซึ่ง เปน็ ดเี อน็ เอสายสน้ั ๆ ทมี่ คี วามจา เพาะกบั สารเปา้ หมายและศกึ ษาหาเทคนคิ ทเี่ หมาะสมในการทา ชดุ ทดสอบ ระยะที่ 2 (ปี 2560) เปน็ การทดสอบวสั ดทุ จี่ ะนา มาเปน็ แผน่ ทดสอบ (strip test) รว่ มกบั คณุ สมบตั ขิ องแอปตาเมอรท์ ต่ี ดิ อยบู่ นผวิ อนภุ าคทองคา ระยะ ท่ี 3 (ปี 2561) เป็นการศึกษาค่าความแม่นของชุดทดสอบ ทดสอบ ความไว (sensitivity) ความจาเพาะ (specificity) และ ความคงทน (stability) ของชดุ ทดสอบตน้ แบบ โดยศกึ ษาสภาวะทเ่ี หมาะสมและหาปรมิ าณสารตา่ สดุ ทชี่ ดุ ทดสอบความสามารถ วัดได้ และนาไปเปรียบเทียบผลการทดสอบกับเคร่ืองมือมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ แต่เน่ืองจากได้รับงบประมาณในการวิจัย ล่าช้าและได้งบประมาณเพียงบางส่วน ทาให้งานวิจัยในระยะท่ี 3 ล่าช้า เพิ่งเริ่มดาเนินการในปี 2562 และระยะท่ี 4 เป็น การทดสอบการใช้งานกับตัวอย่างจริงในภาคสนามและนาข้อบกพร่องมาปรับปรุงเพ่ือให้ได้ชุดทดสอบท่ีมีความสมบูรณ์ ผลการศึกษาวิจัยใน ระยะที่ 3 (ปี 2562) พบว่าชุดทดสอบท่ีพัฒนาขึ้นสามารถตรวจวัดสารพาราควอต ออรแ์ กโนฟอสเฟส ตะกวั่ และปรอทไดอ้ ยา่ งจา เพาะเจาะจง และมปี รมิ าณตา่ สดุ ทส่ี ามารถตรวจได้ 2.57 μg/L, 4.16 μg/L, 2.07 μg/dL และ 0.2 μg/L ตามลาดับ การศึกษาวิจัยในครั้งนี้พบข้อจากัดในเรื่องของความช้ืน ท่ีมีผลต่อการทดสอบ จาเป็นต้องเก็บ ชุดทดสอบในซองกันชื้นตลอดเวลาก่อนการใช้งาน และการอ่านค่าแถบสีที่เกิดขึ้นเป็นการอ่านด้วยสายตา สามารถแสดงผลได้ ว่าตรวจพบหรือไม่พบเท่าน้ัน การแสดงผลว่าตรวจไม่พบ อาจเป็นเพราะไม่มีสารหรือมีปริมาณสารน้อยกว่าปริมาณต่าสุดท่ี ชุดทดสอบสามารถตรวจวัดได้ ไม่สามารถบอกปริมาณของสารได้ จากข้อจากัดดังกล่าวการพัฒนาชุดทดสอบในระยะต่อไป จะดาเนนิการพัฒนาตัวตรวจวัดโดยใช้หลกัการทางไฟฟ้าเคมี(electrochem)แทนการใช้กระดาษไนโตรเซลลูโลสซึ่งมขี้อดีคือ อ่านผลได้แม่นยา สามารถแสดงผลออกมาเป็นตัวเลข สามารถล้างและใช้งานซ้าได้หลายครั้ง มีขนาดเล็กพกพาได้และสามารถ พัฒนา ให้เช่ือมต่อกับโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ เพ่ือส่งผลการทดสอบได้อย่างรวดเร็ว 5. การพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข (Public Health Lab) ศูนย์อ้างอิงทางห้องปฏิบัติการและพิษวิทยา ได้ร่วมมือกับศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและส่ิงแวดล้อม จังหวัดระยอง และศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสมุทรปราการ ดาเนินการพัฒนาห้องปฏิบัติการ ด้านสาธารณสุข (Public Health Lab) ดังนี้  106 รายงานประจาปี 2562 


































































































   108   109   110   111   112