โรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงาน

สถิติการป่วยกลุ่มโรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงานในระบบ Health Data Center (HDC) ซึ่งพัฒนาโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ประมวลผล ICD-10 รหัส M00 – M99 และ G56.0 ร่วมกับสาเหตุร่วม Y96 เพื่อสะท้อนให้ทราบว่ากลุ่มโรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงาน เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพในวัยทำงานซึ่งพบอัตราป่วยที่สูงทุกปี ทั้งนี้ กลุ่มอาการของโรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงานที่พบบ่อยในวัยทำงานคือ อาการปวดหลังระดับล่าง (Low back pain) การอักเสบของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ (Tendinitis) และ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofacial pain syndrome) การเจ็บป่วยส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของลูกจ้าง

 

ลักษณะของการเกิดโรคหรือการบาดเจ็บ เกิดได้ 2 ลักษณะคือ

1) เกิดจากอุบัติเหตุหรืออันตรายโดยตรงต่ออวัยวะ เกิดการบาดเจ็บทันที เช่น โดนบีบอัด กระแทกที่มือหรือปวดหลังโดยฉับพลันหลังก้มหยิบจับของ

2) การบาดเจ็บสะสม มักจะเกิดจากการประกอบอาชีพที่มีปัจจัยเสี่ยงทางการยศาสตร์ เช่น ท่าทางในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ก้มๆ เงยๆ ทำงานในระดับไหล่หรือสูงกว่า เอื้อมตัวหยิบของ บิดข้อมือ ทำท่าทางซ้ำๆ หรือยกของหนักตลอดเวลา เป็นต้น

โรคปวดหลังจากการทำงาน เป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นในบริเวณหลังของลำตัวตั้งแต่ระดับคอลงไปจนถึง ก้นกบ(Coccyx) อาการปวดหลังส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในบริเวณบั้นเอวถึงก้นกบ เรียกว่าปวดหลังส่วนล่าง
 

งานที่เสี่ยงหรืออาชีพที่เสี่ยง

งานที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้แก่ การยกของที่ไม่เหมาะสม อาชีพที่จำต้องก้ม หรือบิดเอวซ้ำๆเป็นเวลานาน เช่น อาชีพที่นั่งทำงานกับพื้นเป็นประจำ อาชีพขับรถประจำทาง รถบรรทุก ขับแท็กซี่ เกษตรกร ประมง อาชีพทำงานนั่งโต๊ะ เช่น เสมียน นักบัญชี พนักงานพิมพ์ งานหัตถกรรม ตัดเย็บเสื้อผ้า แม่ครัว ช่างยนต์ ช่างซ่อมเครื่องจักร พนักงานขนของ ลักษณะการทำงานอาจเป็นสาเหตุของการปวดหลังเรื้อรังได้

 

อาการและอาการแสดงที่พบ แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้

1) กลุ่มอาการปวดหลังเฉียบพลัน เกิดจากการก้มยกของ หรือการบิดเอวที่ผิดจังหวะ อาการปวดกระจายอยู่บริเวณแผ่นเอวเบื้องล่าง หรือบริเวณแก้มก้นอาจร้าวไปทั่วบริเวณต้นขา และหัวเข่า พบว่าร้อยละ 80-90 อาการจะดีขึ้นจนเป็นปกติภายใน 2-3 สัปดาห์
2) กลุ่มอาการปวดร้าวไปที่ขา ประวัติการเจ็บป่วยคล้ายกับกลุ่มแรก แต่มีอาการปวดร้าวไปที่ขาบริเวณน่องและปลายเท้า
3) กลุ่มอาการปวดล้าบริเวณน่อง ขณะเดินและผู้ป่วยต้องหยุดเดินหลังจากเดินได้ระยะทางหนึ่ง โรคกลุ่มนี้มักเกิดจากการตีบแคบของโพรงรากประสาท ซึ่งไม่เกี่ยวเนื่องกับการบาดเจ็บจากการประกอบอาชีพ

การประเมินสุขภาพเพื่อความเหมาะสมกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ
1) การประเมินสมรรถภาพทางกาย เป็นประจำ ทุกปี เช่น
- ตรวจวัดศักยภาพหรือความสามารถของระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือด(Circulo - respiratory Capacity) หรือความอดทนของระบบไหลเวียนเลือดโดยให้ปั่นจักรยาน การวิ่งลู่
- ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscular Endurance) หมายถึง คุณสมบัติที่บุคคลสามารถทํางาน/กิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดหนึ่งหรือหลายมัดในกลุ่มเดียวกันอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เป็นระยะเวลานานๆ เช่น ดึงข้อดันพื้น (วิดพื้น) ลุกนั่ง (Sit up)
- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscular Strength) หมายถึง ความสามารถในการออกแรง ยกดัน ดึง หรือบีบวัตถุที่มีแรงต้านให้วัตถุนั้นสามารถเคลื่อนที่ไปได้สูงสุดเพียงครั้งเดียว
- ความยืดหยุ่นหรือความอ่อนตัว (Flexibility) หมายถึง ศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานของข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้ตามธรรมชาติ เช่น พับ งอ บิด ดัดตัว แอ่นตัว เป็นต้น ความยืดหยุ่นลงที่ข้อต่อซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของกล้ามเนื้อและเอ็น (Musculature and Connective Tissue) รอบๆ ข้อต่อ
- การวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (% fat)

 

การป้องกัน เพื่อดูแลตนเอง
หากท่านมีอาการปวดหลัง ต้องหาสาเหตุของการเกิดอาการปวดหลัง ถ้าสาเหตุนั้นเป็นผลมาจากการทำงาน และอาการปวดเล็กน้อย ท่านสามารถแก้ปัญหาปวดหลังด้วยตนเอง โดยหลีกเลี่ยงและป้องกันโดยปฏิบัติดังนี้
1) ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน และหลีกเลี่ยงท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น
- ลักษณะงานที่ทำต้องยกของหนักเป็นประจำ ให้ใช้เครื่องทุ่นแรง แทนการใช้แรงคนยก
- หากจำเป็นต้องยกของหนัก โดยไม่มีเครื่องทุ่นแรงให้แบ่งของให้มีนำหนักที่พอเหมาสำหรับกำลังที่ที่ยกของตนเอง
-หลีกเลี่ยงการยกของที่อยู่สูงกว่าระดับความสูงของไหล่
-หลีกเลี่ยงการยกของที่หนักแล้ววางลงในระดับที่ต่ำกว่า
- ลักษณะงานที่ทำหากต้องนั่งทำงานนาน ๆ ควรนั่งทำงานบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง และมีความสูงพอที่เท้าสามารถวางบนพื้นได้
- ลักษณะงานที่ทำหากต้องยืนทำงานนาน ๆ ควรจัดให้มีเก้าอี้นั่งพักที่มีพนักพิง หรือจัดให้มีที่พักเท้า

2) การออกกำลังกาย จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เป็นทางเลือกหนึ่งในการลดอาการปวดหลัง และสามารถทำได้ด้วยตนเอง ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย สามารถดูได้จากเอกสารแผ่นพับเผยแพร่


บรรณานุกรม
1. สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค. แนวทางการวินิจฉัยโรคและภัยจากการประกอบอาชีพเบื้องต้น สำหรับหน่วยบริการสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่1: โรงพิมพ์ห้างหุ้นส่วน เมืองแพร่การพิมพ์, 2553.
2. สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค. คู่มือการดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบอาชีพ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี.
3. http://hpe4.anamai.moph.go.th/hpe/data/ms/PhysicalFitness.pdf

อัตราป่วยโรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงาน ต่อประชากรแสนคน