โรคพิษสารกำจัดศัตรูพืช

ปัจจุบัน การทำเกษตรกรรมมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในปริมาณเพิ่มมากขึ้น มีผลกระทบต่อสุขภาพของคนทำงาน ผู้บริโภค รวมถึงมีการปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในอาหารและสิ่งแวดล้อม            

สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมได้มีโครงการเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกรที่ใช้สารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาร์เมต และมีการคัดกรองสุขภาพให้กับเกษตรกรที่มารับบริการที่หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ พบว่าเกษตรกรยังมีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยร้อยละ 34.84 และ 36.76 ในปี พ.ศ. 2558 -2559 ตามลำดับ

 

งานที่เสี่ยงหรือหรืออาชีพที่เสี่ยง
    1) เกษตรกร ทำไร่ ทำนา ทำสวน 
    2) รับจ้างฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช
    3) พนักงาน/ลูกจ้างในสนามกอล์ฟ
    4) ลูกจ้างโรงงานผลิตสารเคมีทางการเกษตร

 

อาการและอาการแสดง
1)  อาการเฉียบพลัน ที่พบ
- ระบบทางเดินอาหาร ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียและปวดท้อง
- ระบบทางประสาท ปวดศีรษะ มึนงง เดินเซ และการรับความรู้สึกผิดปกติ อาการสั่น หนังตากระตุก กล้ามเนื้อใบหน้าสั่น หากได้รับปริมาณมากจะมีการชักแบบเกร็งกระตุก หมดสติ
- ระบบทางเดินหายใจ มีอัมพาตของประสาทควบคุมการหายใจ และอาจทำให้หยุดหายใจได้
- อาการอื่น ๆ มีอาการตับอักเสบ และไตวายจากสารพิษได้
2) อาการเรื้อรัง สารเคมีเข้าไปสะสมในสมอง ตับ ไต และกล้ามเนื้อหัวใจ ก่อให้เกิดโรคหรือปัญหาอื่นๆ เช่น มะเร็ง เบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคผิวหนังต่างๆ การเป็นหมัน การพิการของทารกแรกเกิด หรือการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และสารเคมีบางตัวอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

 

การตรวจคัดกรองสุขภาพ 
1) ตรวจเลือดดูการทำงานของ ตับ ไต
2) ในกลุ่มเกษตรกรที่ฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืช ควรได้รับการตรวจสมรรถภาพปอดด้วยเครื่องสโรมิเตอร์ เพื่อดูการทำงานของปอด
3) ในกลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาร์เมต ให้ตรวจดูระดับเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอร์เรส ในเม็ดเลือด หรือพลาสมา 

 

การป้องกัน เพื่อดูแลตนเอง
1) การเจ็บป่วยที่เกิดจากการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชจึงจำเป็นจะต้องได้รับการดำเนินการควบคุม แก้ไข เพื่อที่ลดจำนวนผู้ป่วยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะเกษตรกรเองซึ่งควร ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี  โดยการเลือกใช้วิธีเกษตรแผนใหม่หรือเกษตรอินทรีย์ เน้นการใช้สารชีวภาพ ลดปริมาณการใช้สารเคมี หากมีความจำเป็นที่ต้องใช้สารเคมีอยู่ ควรมีพฤติกรรมที่ปลอดภัย ด้วยการ “อ่าน ใส่ ถอด ทิ้ง”


อ่าน : ให้เกษตรกรอ่านฉลากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชก่อนใช้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ใส่ : ใส่อุปกรณ์เครื่องมือป้องกันอันตรายจากสารเคมีขณะทำงาน เช่น เสื้อผ้ามิดชิดรัดกุม หน้ากาก ถุงมือ รองเท้า เป็นต้น
ถอด : ถอดชุดและอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้ขณะฉีดพ่น หรือทำงาน แยกซักจากเสื้อผ้าอื่นๆแล้วรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
ทิ้ง : ทิ้งผลิตภัณฑ์บรรจุสารเคมีกำจัดศัตรูพืชให้ถูกต้อง คัดแยกออกจากขยะทั่วไป ให้อยู่ในกลุ่มขยะอันตราย ทิ้งให้ห่างไกลจากแหล่งน้ำ ป้องกันการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม


          เกษตรกรพึงตระหนักว่า นอกจากจะเสียเงินในการซื้อสารเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ ในอนาคตต้องนำเงินที่ได้นั้นมารักษาสุขภาพที่เสียไปจากสารเคมี เสียทั้งสุขภาพ เสียเงิน เสียเวลา ได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นขอเชิญชวนให้เกษตรกรทุกท่าน ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวท่านเองและคนรอบข้างองมีฉลากหรือป้าย บอกชนิด และอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง ปิดฝาภาชนะหลังใช้ทุกครั้ง ในขณะฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืชควร สวมใส่อุปกรณ์ปกป้องอันตรายส่วนบุคคลทุกครั้ง 


บรรณานุกรม
1. สำนักงานกองทุนเงินทดแทน. มาตรฐานการวินิจฉัยโรคจากการทำงาน ฉบับเฉลิมพระเกียรติ. สืบค้นจาก
2. การดูแลสุขภาพสำหรับเกษตรกร 

อัตราป่วยโรคพิษสารกำจัดศัตรูพืช ต่อประชากรแสนคน