โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร หมายถึง แผลที่เกิดในเยื่อบุกระเพาะอาหารที่สัมผัสกับน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร ผู้ที่มีอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหารมีที่มาจากกรดในกระเพาะอาหารมาก ซึ่งทำให้ระคายเคืองจนส่งผลเกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหาร และในหลายกรณีไม่ได้ปวดตลอดเวลา จะมีการเป็นๆ หายๆ ก่อนและหลังเวลาอาหาร อาการปวดท้องจะทุเลาหากได้รับประทานอาหาร สาเหตุหลักของโรคกระเพาะอาหารเกิดจากการเสียสมดุลของกรดที่หลั่งออกมา ไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งเยื่อบุกระเพาะอาหารมีความต้านทานกรดได้ไม่ดี 

     ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคที่พบมากในปัจจุบัน คือ การใช้ชีวิต ความเครียด ความกังวล ที่พบได้บ่อยในสังคมการทำงานรวมถึงวิถีชีวิตในด้านการรับประทานอาหารที่ไม่ดีและการละเลยสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา การอดอาหาร การรับประทานอาหารรสจัดเป็นประจำ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานยาแก้ปวดจำพวก Aspirin ยาลดการอักเสบเป็นประจำ และอีกหนึ่งสาเหตุของโรคที่สำคัญ คือ การติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร หรือเรียกย่อๆ ว่า เอชไพโลไร (Helicobacter pylori หรือย่อว่า H.pylori) มีการถ่ายทอดจากคนสู่คน จากการรับประทานอาหาร เชื้อจะเข้าสู่กระเพาะอาหารและเลื่อนเข้าสู่เซลล์เยื่อบุผิว ซึ่งเชื้อนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

 

อาการ
     อาการของโรคจะมีอาการปวดท้องเป็นๆ หายๆ เรื้อรังบริเวณใต้ลิ้นปี่ เวลาปวดมักจะสัมพันธ์กับมื้ออาหาร เช่น ก่อนหรือหลังอาหาร จะมีอาการปวดแสบ จุกแน่น อาจมีอาการคลื่นไส้ เรอเปรี้ยว กรณีที่มีแผลบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้นมักมีอาการปวดท้อง หลังอาหารประมาณ 1-3 ชั่วโมง หรือขณะท้องว่าง จะปวดมากขึ้นในช่วงบ่าย เย็น ตอนดึก อาการจะดีขึ้นทันทีหลังรับประทานอาหาร ดื่มนม รับประทานยาลดกรด

 

งานที่เสี่ยงหรือหรืออาชีพที่เสี่ยง
1)    อาชีพที่ต้องนั่งอยู่กับที่ทั้งวัน เช่น ผู้ที่มีอาชีพเย็บผ้า หรือ พนักงานออฟฟิศที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันเกิดความเครียด
2)    พนักงานที่ทำงานเป็นกะ รูปแบบงานลักษณะนี้ทำให้สุขภาพชีวิตแย่ทั้งการนอนที่ไม่เป็นเวลาไปจนถึงการกินอาหารที่ไม่เป็นเวลาตามมาด้วย
3)    พนักงานขับรถยนต์/รถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากอาจรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา
4)    พนักงานต้อนรับ/พนักงานห้าง/แคชเชียร์ พนักงานที่ต้องทำงานบริการตลอดเวลา
5)    อาชีพอิสระ การควบคุมงานตามเวลาที่ผู้จ้างกำหนด ก็ทำให้กินไม่เป็นเวลา 
6)    นักเรียน/นักศึกษา ไม่ใช่อาชีพแต่ก็เป็นสถานะหนึ่งที่มีพฤติกรรมเสี่ยงชอบนอนดึกและมักเกิดความหิวกินอาหารไม่เป็นเวลา

 

การตรวจสุขภาพเพื่อการคัดกรองความเสี่ยง
     สามารถวินิจฉัยได้โดยการซักประวัติและตรวจร่างกายทั่วไป แต่หากต้องมีการตรวจเพิ่มเติม วิธีที่เห็นผลและแพร่หลายที่สุดคือ การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (gastroscopy) เพื่อดูพยาธิสภาพในกระเพาะ ตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori (H. Pylori) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคในกระเพาะอาหาร รวมถึง เพื่อเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งทำได้ด้วยการส่องกล้องเพียงครั้งเดียว 
     นอกจากการส่องกล้องแล้ว บางครั้งแพทย์อาจเลือกใช้การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือการทำอัลตราซาวด์ร่วมด้วย โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องเฉียบพลัน ส่วนการตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย H. Pylori นั้น หากไม่ส่องกล้องก็สามารถทำได้ด้วยการตรวจเลือด หรือทำ Breath test ซึ่งเป็นการเป่าลมหายใจเข้าไปในชุดการตรวจ 

 

การป้องกัน เพื่อดูแลตนเอง
     1) ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกสะอาดในปริมาณไม่มากไม่น้อยเกินไป และให้เป็นเวลาไม่รับประทานอาหารรสจัด ควบคุมความเครียด ละเว้น แอลกอฮอล์ กาแฟ รวมถึงไม่รับประทานยาโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะยาที่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร 
    2) ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อและระบายฮอร์โมนแห่งความเครียดออกไปให้หมด จะ เป็นการออกกำลังกายระหว่างการทำงาน เช่น การเดินขึ้นลงบันได หรือจะเป็นการเล่นกีฬา หรือทำงาน บ้านในตอนเย็นหลังเลิกงาน หรือในวันหยุดก็ได้ การออกกำลังกายจนได้เหงื่อจะกระตุ้นให้ ร่างกายหลั่ง ฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

 


บรรณานุกรม
1. โรงพยาบาลพญาไท สืบค้นข้อมูลจาก :https://www.phyathai.com/article_detail.php?id=1697
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561
2. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สืบค้นข้อมูลจาก :https://www.bumrungrad.com/th/betterhealth/2557/better-digestive-health/abdominal-pain-and-dyspepsia เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561
3. สืบค้นข้อมูลจาก : https://www.narahhealth.com เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561